วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) – วัดน่าเที่ยว @กรุงเทพมหานคร

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) ตั้งอยู่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร  เป็นวัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นวัดที่มีความงดงามมาก มีพระเจดีย์สีทองอร่ามตั้งสูงเด่นสง่าอยู่ท่ามกลางใจกลางมหานคร

วัดสระเกศ (Wat Sraket Rajavaravihara)   เป็นวัดโบราญในสมัยอยุธยา เดิมเรียกว่า วัดสะแก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชการที่ 1 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และขุดคลองรอบพระอาราม แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า วัดสระเกศ ซึ่งวัดแห่งนี้มีความสำคัญเกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์ของชาติไทย และเกี่ยวข้องกับพระบรมราชจักรีวงศ์เรื่อยมาตั้งแต่สมัยรัชการที่ 1  ปัจจุบันวัดสระเกศเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรมหาวิหาร

~พระบรมบรรพต วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) ~

พระบรมบรรพต เจดีย์ภูเขาทองนี้ มีประวัติความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่ เป็นพุทธสถานที่สำคัญของวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เพราะสร้างโดยพระมหากษัตริย์แห่งพระราชวงศ์จักรีถึง 3 พระองค์ด้วยกัน คือ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามลำดับ ใช้เวลาในการก่อสร้างเป็นเวลาประมาณ 5 ทศวรรษ ปัจจุบันมีอายุร่วม 200 กว่าปี บนยอดมีเจดีย์สีทองเหลืองอร่ามประดิษฐานอยู่ ได้จำลองแบบมาจากพระเจดีย์ของวัดภูเขาทองในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

~พระบรมสารีริกธาตุ ภายในพระบรมบรรพต  วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง)~

พระบรมบรรพต เจดีย์ภูเขาทองนี้มีความสูงประมาณ 100 เมตร มีความกว้างโดยรอบเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 500 เมตร ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่บูชาไว้ในพระบรมมหาราชวังประดิษฐานในพระเจดีย์ภูเขาทองเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2440 ครั้งที่ 2 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญจากเมืองกบิลพัสดุ์ ประเทศอินเดีย ครั้งที่ 3 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน เสด็จพระราชดำเนินทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระเจดีย์ยอดพระมณฑปเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2497

~บรรยากาศบนพระบรมบรรพตวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง)~

ในส่วนของพระอาราม วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) มีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญ ๆ เช่น พระอุโบสถซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 ภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งเขียนในสมัย รัชกาลที่ 3 แต่ชำรุดจึงมีการลบเขียนใหม่ใน รัชกาลที่ 7 เป็นภาพทศชาติ ภาพมารผจญและภาพไตรภูมิ รอบพระอุโบสถมีซุ้มเสมาตั้งประจำทั้ง 8 ทิศ ซุ้มเสมาที่วัดสระเกศเป็นทรงกูบช้างหรือซุ้มหน้านางประดับกระเบื้องงดงามถือเป็นแบบอย่างทางศิลปะ

~พระวิหารพระอัฏฐารสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) ~

พระวิหารพระอัฏฐารส หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบ มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบันทั้งสองด้านประดับด้วยกระจกสี เป็นทีประดิษฐานพระพุทธรูปสำคับ 2 องค์ คือ พระอัฏฐารส และหลวงพ่อดุสิต นอกจากนี้ยังใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์บทมหาสมัยสูตร เพื่อทำน้ำพระพุทธมนต์ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สำหรับแจกจ่ายให้ประชาชน

~พระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง)~

พระอัฏฐารส มีพระนามเต็มว่า พระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ศิลปะสกุลช่างสมัยสุโขทัยตอนต้น อายุ 700 ปี เป็นประพุทธรูปยืนที่มีความสูงที่สุด ในกรุงเทพมหานคร มีความสูงถึง 5 วา 1 ศอก 10 นิ้ว (21 ศอก 1 นิ้ว) หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ทั้งองค์ โดยไม่มีการเชื่อมต่อ ประดิษฐานอยู่บนชุกชีในพระวิหาร

ธรรมดาเมืองหลวงแต่ก่อนย่อมมีพระอัฏฐารสเป็นประจำราชธานี เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุขปราศจากสงคราม ป้องกันความแตกแยกของคนในชาติ ให้คนในชาติเกิดความรักความสามัคคี และให้ประเทศชาติสถิตสถาพรมั่นคงยั่งยืนนาน ประหนึ่งพระพุทธปฏิมากรประทับยืนสถิตสถาพรเป็นนิรันดร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดให้อัญเชิญพระอัฏฐารส มาจากวัดวิหารทอง เมืองพิษณุโลก มาประดิษฐานไว้ ณ พระวิหารวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) แห่งนี้

~หลวงพ่อดุสิต ภายใน วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) ~

หลวงพ่อดุสิต   เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย พระพุทธศิลป์สกุลช่างรัตนโกสินทร์ มีประวัติว่า เดิมเป็นพระประธานประจำพระอุโบสถวัดดุสิตมาก่อน เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างพระราชวังดุสิต และสวนดุสิตจำต้องขยายบริเวณเกินเนื้อที่วัดเบญจมบพิตรและวัดดุสิต จึงโปรดให้อัญเชิญพระประธานในพระอุโบสถวัดดุสิตไปประดิษฐานอยู่ในห้องด้านหลังพระวิหารพระอัฏฐารสซึ่งว่างอยู่ ภายหลังเรียกกันว่า “หลวงพ่อดุสิต” ประดิษฐานอยู่ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) แห่งนี้จนทุกวันนี้

กิจกรรมงานบุญประจำปีของวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง)

พิธีเจริญพระพุทธมนต์ “มหาสมัยสูตร” วันที่ 15 เมษายน ของทุกปี เวลา 17.00 น.
พิธีตักบาตเทโวโรหณะ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 เวลา 6.00 น.
พิธีอัญเชิญผ้าแดงห่มองค์พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) วันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 12 เวลา 6.00 น.
งานประเพณีนมัสการพระบรมสารีริกฐาตุประจำปี ระหว่างวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 12 ถึง แรม 2 ค่ำ เดือน 12 (ช่วงงานเทศกาลลอยกระทง 7 วัน 7 คืน) เวลา 6.00 – 24.00 น. ถือเป็นงานวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในกรุงเทพฯ และทางวัดจะเปิดให้ประชาชนขึ้นไปกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุในตอนกลางคืนเป็น ช่วงเวลาพิเศษ

~สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)~

ข้อมูล วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือ วัดภูเขาทอง

เปิด 7.30 – 19.00 น.

คนไทยเข้าฟรี ต่างชาติ 50 บาท/คน

เบอร์โทร : 02 621 2280

facebook : watsraket

ภาพโดย : insidewatthai

แผนที่

วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร @ วัดดังหน้า Landmark เสาชิงช้า

 

~วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร~

วัดสุทัศนเทพวราราม  ราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร 1 ใน 6 ของไทย และถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8  หน้าเสาชิงช้า

วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมถนนตีทอง 1 ถนนบำรุงเมือง หน้าวัดออกทางถนนอุณากรรณ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร วัดสุทัศนเทพวราราม เป็นวัดที่ติดกับถนน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านทิศตะวันออก ติดถนนอุณากรรณ์ ด้านทิศเหนือติดถนนบำรุงเมือง (เสาชิงช้า) ด้านทิศตะวันติดถนนตีทอง ด้วยเหตุนี้วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร จึงเป็นวัดที่มีประตูเข้าออกหลายทาง ด้านตะวันตกและด้านตะวันออกจะเป็นด้านที่ประชาชนที่ขับรถมาเองเข้า-ออกเป็นประจำเพราะถนนบำรุงเมืองจอดรถไม่ได้ เกาะกลางถนนบำรุงเมืองเป็นที่ตั้งของเสาชิงช้า

~วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร (ช่วงเดือน ต.ค. 2561 กำลังบูรณะพระวิหารหลวง) ~

วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นใน พ.ศ. 2350 เดิมพระราชทานนามว่า “วัดมหาสุทธาวาส” โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระวิหารขึ้นก่อนเพื่อประดิษฐานพระศรีศากยมุนี (พระโต) ซึ่งอัญเชิญมาจากพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย  ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะสร้างพระวิหารให้มีขนาดใหญ่เท่ากับพระวิหารวัดพนัญเชิงเพื่อเป็นศรีสง่าแก่พระนคร แต่สิ้นรัชกาลก่อนที่จะประดิษฐานเป็นสังฆาราม จึงเรียกกันว่า วัดพระโต วัดพระใหญ่ หรือวัดเสาชิงช้าบ้าง

จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อ และทรงจำหลักบานประตูพระวิหารด้วยพระองค์เอง แต่ก็สิ้นรัชกาลเสียก่อนที่การก่อสร้างจะแล้วเสร็จ

การก่อสร้างวัด มาเสร็จบริบูรณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ใน พ.ศ. 2390 และพระราชทานนามว่า “วัดสุทัศนเทพวราราม” ปรากฏในจดหมายเหตุว่า “วัดสุทัศนเทพธาราม”

และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงผูกนามพระประธานในพระวิหาร พระอุโบสถ และศาลาการเปรียญ ให้คล้องกันว่า “พระศรีศากยมุนี” “พระพุทธตรีโลกเชษฐ์” และ “พระพุทธเสรฏฐมุนี”  ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงปฎิสังขรณ์เพิ่มเติมอีก

ภายในวัดสุทัศนเทพวรารามยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และได้อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารของพระองค์ มาบรรจุที่ผ้าทิพย์ด้านหน้าพุทธบัลลังก์พระศรีศากยมุนีเมื่อ พ.ศ. 2493 และมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลคล้ายวันสวรรคตในวันที่ 9 มิถุนายน ของทุกปี

~พระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร~

พระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร จำลองมาจากวัดมงคลบพิตรที่กรุงศรีอยุธยา สิ่งที่น่าสนใจอีกสิ่งหนึ่งของวัดสุทัศน เทพวราราม คือบานประตูพระวิหารบานประตูพระวิหารหลวงเป็นบานไม้แกะสลักลายลึกเป็นรูปพฤกษามีกิ่งก้านใบและดอกตระหวัดเกาะเกี่ยวอ่อนช้อยงดงามมีสัตว์เกาะเหนี่ยวเหมือนธรรมชาติ ลวดลายเหล่านี้เป็นฝีพระหัตถ์ของพระบามสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ที่ทรงกำหนดลักษณะลายแบบวิธีการแกะและเริ่มแกะด้วยพระองค์ก่อน แล้วโปรดเกล้าฯ ให้ช่างฝีมือแกะต่อเป็นบานประตูที่งดงามหาที่เปรียบมิได้ น่าเสียดายที่ปัจจุบันโดนไฟไหม้บางส่วนและเก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

รอบพระวิหารหลวงจะมีเจดีย์ศิลปะแบบจีนรายล้อมพระวิหารหลวง 28 องค์ เรียกว่า ถะรายพระวิหาร คำว่า “ถะ” เป็นเครื่องศิลาแบบจีนรูปแบบคล้ายอาคารหกเหลี่ยมซ้อนกันขึ้นไป 6 ชั้น แต่ะลชั้นเป็นช่องโปร่งซึ่งเป็นลักษณะของเรือนไฟใช้ตามประทีป ถะรายพระวิหารมี 28 ถะ หมายถึงพุทธ 28 พระองค์ ตั้งอยู่บนพนักฐานพระวิหารชั้นที่ 2

ภายในพระวิหารหลวงมี “พระศรีศากยมุนี” ประดิษฐานเป็นพระประธาน หล่อด้วยสำริด ขนาดหน้าตักกว้าง 6.25 เมตร เดิมเป็นพระประธานอยู่ในพระวิหารหลวง วัดมหาธาตุ สุโขทัย สร้างสมัยราชวงศ์พระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย อายุกว่า 600 ปี

~พระศรีศากยมุนี วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร~

พระศรีศากยมุนี พระประธานพระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวราราม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยกรุงสุโขทัย อายุราว 700 ปี หล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ นับเป็นพระพุทธรูปหล่อที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญมาประดิษฐานเป็นพระประธานพระวิหารหลวง ครั้งเมื่อเริ่มสร้างวัดเมื่อปีพุทธศักราช 2350 ตรงใต้ฐานที่ผ้าทิพย์บรรจุพระบรมราชสรีรางคารของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8)

~พระอุโบสถ วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร~

 

ข้อมูล วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร

สถานที่ตั้ง : ถ.บำรุงเมือง แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร

เบอร์โทร : 02-221-4331

เว็ปไซค์ : www.watsuthatt.com

facebook : watsuthateveningservice

ภาพโดย : insidewatth

แผนที่