วัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร วัดแห่งชัยชนะ @ ถนนข้าวสาร

~วัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร~

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร  (wat chanasongkhram ratchaworamahawiharn) เป็นวัดดังถนนข้าวสาร  ใครมีอุปสรรค มักมาขอพร ให้รอดพ้นภัย ชนะปัญหาต่างๆ ซึ่งวัดชนะสงครามนี้ เปรียบเสมือน วัดแห่งชัยชนะ

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร อยู่ถนนจักรพงษ์ ใกล้ถนนข้าวสาร บางลำพู แขวงชนะสงคราม เป็นวัดเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ “วัดกลางนา” เนื่องจากมีทุ่งนาล้อมรอบ เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งบรมราชจักรีวงศ์ ทรงย้ายราชธานีจากฝั่งกรุงธนบุรีมาฝั่งพระนคร และทรงสร้างพระบรมมหาราชวังขึ้น ในช่วงนั้นยังมีศึกสงครามอยู่ พระองค์โปรดฯ ให้สมเด็จ  กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ซึ่งเป็นแม่ทัพสำคัญ รวบรวมชาวมอญมาเป็น กองกำลังในการรบกับข้าศึก ให้ชาวมอญตั้งถิ่นฐานใกล้บริเวณวัดกลางนา และให้พระสงฆ์มอญมาอยู่จำพรรษาที่วัดนี้ ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้เป็นภาษามอญว่า “วัดตองปุ” โดยได้ลอกเลียนนามวัดและขนบธรรมเนียบของวัดในกรุงศรีอยุธยาและลพบุรี ซึ่งเป็นวัดที่พระสงฆ์รามัญจำพรราาอยู่มาใช้ 

ต่อมา รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดให้ วัดตองปุ เป็นวัดของสงฆ์ฝ่ายรามัญ เพื่อเป็นการตอบแทนคุณงามความดีแก่ทหารรามัญในกองทัพ ที่เป็นกำลังสำคัญในการรบกับพม่า หลังจากบ้านเมืองสงบสุขไม่มีศึกกับพม่าแล้ว ทรงสถาปณาวัดใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง แล้วน้อมเกล้า​ฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง ต่อมารัชการที่ 1 ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ตามเหตุการณ์ ซึ่งทำการรบเอาชนะพม่าได้ถึง 3 ครั้ง ระหว่างปี พ.ศ. 2328-2330 ว่า “วัดชนะสงคราม”

~พระอุโบสถ วัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร~
 
พระอุโบสถ วัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร ก่ออิฐถือปูนเป็นอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้า แบ่งเป็น 13 ห้องเสา ไม่มีพาไล ฐานพระอุโบสถเป็นฐานบัวลูกแก้ว หลังคาทำเป็นชั้นลด 3 ชั้น มุงกระเบี้องเคลือบสี ประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบันเจาะเป็นช่องหน้าต่าง บานหน้าต่างเป็นลายเทพพนมเหนือบานหน้าต่างเป็นลายพระนารายณ์ทรงครุฑ ลวดลายพื้นหน้าบันแตกต่างกันคือ หน้าบันด้านหน้าลายพื้นเป็นลายเทพพนม ส่วนหน้าบันด้านหลังลายพื้นเป็นลายก้านแย่งใบเทศ ประดับกระจกสีปิดทอง ซุ้มประตู หน้าต่างซ้อนสองชั้น เป็นลายก้านขดปูนปั้นบานหน้าต่างด้านในเป็นภาพเขียนทวารบาล บานประตูด้านนอกเป็นไม้แกะสลักปิดทองลายก้านแย่ง บานหน้าต่างด้านนอกลงรักสีดำ ไม่มีลวดลาย ด้านหลังพระอุโบสถข้างหลังพระประธานเป็นเฉลียงกั้นห้องทำเป็นคูหาที่บรรจุอัฐิเจ้านายฝ่ายพระราชวังบวรสถานมงคล เจาะเป็นช่อง ๆ มีคันทวยรองรับชายคา โดยรอบพระอุโบสถเป็นลวดลายเถาวัลย์พันตลอดคันทวย ใบเสมาพระอุโบสถจะติดที่ผนังตรงมุมด้านนอกทั้ง 4 มุม และผนังด้านใน นอกจากใบเสมาติดผนังแล้วยังมีใบเสมาตั้งบนแท่นอีก 1 แห่ง หลังพระราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ใบเสมานี้เป็นใบคอดตรงเอว มีลายที่กลางอก 4 ใบ ตั้งบนฐานแก้วรองรับด้วยฐานบัวอีกชั้นหนึ่ง
~พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ มเหธิศักดิ์ ปูชนียะชยันตะโคดม บรมศาสดาอนาวรญาณ ~
 
พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ มเหธิศักดิ์ ปูชนียะชยันตะโคดม บรมศาสดาอนาวรญาณ หรือเรียกกันว่า หลวงพ่อปู่ เป็นพระประธานในพระอุโบสถ วัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร เป็น พระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดหน้าตัก 2.5 เมตร สูง 3.5 เมตร ภายในองค์พระมีฉลองพระองค์ของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีพระพุทธรูป 16 องค์อยู่รายล้อมพระประธาน อันหมายถึง พุทธคุณชนะศัตรู 7  พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ วัดชนะสงคราม เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร พระพุทธธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ มเหทธิศักดิ์ ปูชนียะชยันตะโคดม บรมศาสดาอนาวรญาณ เป็นพระพุทธรูป สมัยรัตนโกสินทร์ ปางมารวิชัย วัสดุปูนปั้นบุดีบุก ลงรักปิดทอง ขนาดหน้าตัก 2.5 เมตร สูง 3.5 เมตร
 
โดยรอบๆ พระประธานยังมีพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัยอีก 15 องค์ ซึ่งสันนิษฐานกันว่า สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิง หนาทจะทรงนำแบบอย่างมาจากวัดชุมพลนิกายรามที่ บางปะอิน ซึ่งหมายถึงพระพุทธเจ้า 16 พระองค์ ที่ปรากฏนามอยู่ในบทสวดมนต์ อาฎานา ฏิยปริตร พระพุทธเจ้า 16 พระองค์นี้ ตามคติโบราณนับถือกันว่า ทรงพระพุทธคุณในการประสิทธิ์ประสาทชัยชนะเหนือศัตรู 
~รอยพระพุทธบาทจำลอง อยู่ด้านหลังพระอุโบสถวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร ~
~ศาลา พระรูปหล่อสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท หน้าวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร ~

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร  สามารถเดินทางไปทำบุญ ถวายสังฆทานได้ทุกวัน ภายในพระอุโบสถ 
 
 
ข้อมูลการติดต่อ วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร 
ที่อยู่ : ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เบอร์โทร : 02-281- 9396
วันเปิดทำการ : ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ : 08.00 – 16.00
 
แผนที่
 

วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร วัดใจกลางมหานคร

~วัดปทุมวนาราม~

วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร (Wat Pathum Wanaram) วัดกลางเมืองบนดินแดนสงบและงดงามท่ามกลางป่าคอนกรีต ตั้งอยู่ระหว่างศูนย์การค้าสยามพารากอนและห้างเซ็ลทรัลเวิร์ด เป็นวัดที่ยังคงความสงบ น่าเข้าไปสัมผัสยิ่งนัก

~พระอุโบสถ วัดปทุมวนาราม~

ประวัติวัด
วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร วัดสถาปนาขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชประสงค์ให้สร้างวัดนี้ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2400 บริเวณด้านทิศตะวันตกของสระนอกเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแก่สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระมเหสี และพระราชทานนามวัดว่า “วัดปทุมวนาราม” แต่ชาวบ้านมักเรียกว่า “วัดสระปทุม

~พระสายน์ หรือ พระไส ประดิษฐานภายในพระอุโบสถ วัดปทุมวนาราม~

พระสายน์” หรือ พระไส ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถของวัดปทุมวนาราม ก็เป็นพระพุทธรูปที่อัญเชิญมาจากเมืองมหาไชย แขวงล้านช้าง ในสมัยรัชกาลที่ 4 เช่นกัน โดยพระแสนและพระสายน์นั้นต่างก็มีความศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน ตรงที่เมื่อใดเกิดฝนแล้ง ก็จะอัญเชิญท่านออกมาบูชากลางแจ้งและบูชาขอฝนจากท่าน ฝนก็จะตกลงมาได้

จิตกรรมภายในพระอุโบสถ  จะถูกวาดเป็นรูปสระดอกบัว เหมือนดั่งที่ชาวบ้านต่างเรียกชื่อวันปทุมวราราม ว่า “วัดสระปทุม”

~พระเจดีย์ วัดปทุมวนาราม~

พระเจดีย์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิ พระราชสรีรางคาร และพระอัฐิของพระเจ้าอยู่หัวและพระราชวงศ์ในราชสกุลมหิดลหลายพระองค์ เช่น สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก, สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร,  พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร, สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

untitled-07246-2
~พระเสริม และพระแสน ในพระวิหาร วัดปทุมวนาราม~
~พระวิหาร~

พระวิหาร แห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระเสริม และพระแสน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ แบบศิลปะล้านช้างเวียงจันทน์  “พระเสริม” นั้นเป็นพระพุทธรูปพี่น้องกับ “พระสุก” และ “พระใส” ซึ่งในสมัยรัชกาลที่ 3 กองทัพสยามเดินทางไปตีเมืองเวียงจันทน์เพื่อปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์ เมื่อกองทัพจะเดินทางกลับบ้านเมือง ก็ได้อัญเชิญพระพุทธรูปมาจากเมืองเวียงจันทน์มาด้วยหลายองค์ด้วยกัน รวมทั้ง พระสุก พระใส และพระเสริม

แต่ในขณะที่เคลื่อนย้ายพระพุทธรูปมาทางลำน้ำงึมออกแม่น้ำโขง ก็ได้เกิดพายุฝนตกหนัก จนทำให้พระสุกหล่นจากแท่นประดิษฐานจมลงใต้แม่น้ำ บริเวณนั้นต่อมาจึงเรียกกันว่าเวินพระสุก หรือเวินสุก ส่วนพระเสริมและพระใสก็ได้อัญเชิญข้ามมายังฝั่งไทยได้อย่างปลอดภัย แต่เมื่อจะอัญเชิญต่อมายังกรุงเทพฯ ก็ปรากฏว่าเกวียนที่ประดิษฐานพระใสนั้นเกิดหักลงอยู่ตรงหน้าวัดโพธิ์ชัย เมืองหนองคาย ทำอย่างไรก็ไปต่อไม่ได้ จึงต้องอัญเชิญพระใสให้ประดิษฐานไว้ที่วัดโพธิ์ชัย เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองหนองคายมาแต่บัดนั้น ส่วนพระเสริมนั้นอัญเชิญต่อมาได้จนถึงกรุงเทพฯ และมาประดิษฐานไว้ที่วัดปทุมวนารามอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ส่วน “พระแสน” พระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งซึ่งประดิษฐานอยู่ในอุโบสถเดียวกันกับพระเสริม เดิมประดิษฐานอยู่ในถ้ำที่เมืองมหาไชย แขวงล้านช้าง แต่ได้อัญเชิญมายังกรุงเทพฯ เมื่อรัชกาลที่ 4 มีพระราชประสงค์จะอัญเชิญพระพุทธรูปโบราณจากล้านช้างมาประดิษฐานไว้ในพระอารามที่ทรงสร้างขึ้นใหม่หลายแห่ง

~จิตกรรมภายในวิหาร~

นอกจากนี้ วัดปทุมวนารามยังมีส่วนที่ใช้ในการปฏิบัติธรรมเรียกว่า สวนป่าพระราชศรัทธา”  บรรยากาศร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด พอได้เข้าไปสัมผัส สวนป่าพระราชศรัทธา แล้วทำให้จิตใจสงบร่มเย็น เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมเป็นอย่างมาก  วัดปทุมวนารามใจกลางเมืองแห่งนี้นับว่า “เป็นดินแดนสงบ อันงดงาม ท่ามกลางป่าคอนกรีต”

~สวนป่าพระราชศรัทธา วัดปทุมวนาราม~

ข้อมูลวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร

ที่ตั้ง : 969 ถนนพระราม1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เวลาทำการ : 8.00 -17.00 น.

เบอร์โทร : 02-256-6469, 02-251-6478

facebook : pathumwanaram

รายละเอียดสถานที่ปฏิบัติธรรม “สวนป่าพระราชศรัทธา วัดปทุมวนาราม

ภาพโดย : insidewatthai

แผนที่

 

สวนป่า วัดปทุมวนาราม สุดยอด สถานที่ ปฏิบัติธรรมใจกลางมหานคร

~ศาลาปฏิบัติธรรม สวนป่า วัดปทุมวนาราม~

สวนป่าพระราชศรัทธา วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร (Wat Pathum Wanaram)  วัดดัง ใจกลางมหานคร ที่น่าไปปฏิบัติธรรม แสวงหาความสุขเป็นอย่างมาก ที่นี่สงบ ร่มรื่น ร่มเย็น เป็นสถานที่กลางเมือง ที่น่าไปค้นหาความสุขได้ทุกวัน

ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในธรรมสถานแห่งนี้  คุณจะรู้สึกเสมือนเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่งโดยสิ้นเชิง   มีต้นไม้สูงใหญ่ร่มรื่นอยู่มากมายภายใน  “วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร” หรือที่ชาวบ้านมักเรียกว่า “วัดสระปทุม” แห่งนี้ สร้างขึ้นมาโดยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔)

~สวนป่า วัดปทุมวนาราม~

~บรรยากาศภายใน สวนป่า วัดปทุมวนาราม~

ในทุกๆ วันจะมีกิจกรรมสวดมนต์ทำวัตรเย็น ฟังธรรมและนั่งสมาธิ  ที่ศาลาพระราชศรัทธา สวนป่า วัดปทุมวนาราม โดยเริ่มสวดมนต์ทำวัตรเย็นในเวลา 17.00 น. เป็นประจำทุกวัน โดยทางวัดจะจัดเตรียมอาสนะ หนังสือสวดมนต์ และผ้าคลุ่มเขาไว้ให้บริหารผู้เดินทางมาทำกิจกรรม

~สถานที่ปฏิบัติธรรม สวนป่า วัดปทุมวนาราม~

ระหว่างวัน สามารถเข้ามานั่งสมาธิ พักใจที่บนศาลา สวนป่า วัดปทุมวนาราม ทางวัดจะเตรียมเบาะรองนั่งไว้ให้ พร้อมเปิดเสียงธรรมะ ให้ฟังตลอดทั้งวัน

และภายในศาลา สวนป่า วัดปทุมวนาราม ยังมี พระบรมสารีริกธาตุ ให้คนที่มาร่วมปฏิบัติธรรมได้กราบสักการะโดยทางวัดจะมีดอกบัวเตรียมไว้ให้ แล้วแต่จะร่วมบุญตามกำลังศรัทธา

~พระบรมสารีริกธาตุ ภายในศาลา สวนป่า วัดปทุมวนาราม~

~จุดบริการดอกบัวด้านหน้า ศาลาพระราชศรัทธา วัดปทุมวนาราม~

ในช่วงเย็นของทุกวันจะได้พบเห็นสามเณร มากวาดลานวัดใน สวนป่า วัดปทุมวนาราม เพื่อเตรียมคอยต้อนรับผู้มีบุญเดินทางมาสวดมนต์ ทำวัตรเย็น ใครสนใจมาเอากวาดลานวัดก็สามารถมารับบุญได้ทุกวันเช่นกัน

ในตลอดช่วงเข้าพรรษาจะมีกิจกรรม “เนสัชชิกธรรมบูชา” เป็นการปฏิบัติธรรม เจริญจิตตภาวนา ด้วยอิริยาบถ 3 “ยืน เดิน นั่ง” ไม่นอนตลอดราตรี  ในทุกคืนวันเสาร์ ณ ศาลาพระราชศรัทธา 

กิจกรรมใส่บาตรทุกเช้า ในทุกวัน 

หากต้องการใส่บาตรพระสงฆ์ สามเณร สามารถเตรียมข้าวของทั้งของแห้งและข้าวปลาอาหารหรือมาซื้อหาได้ใน สวนป่า วัดปทุมวนาราม จะมีร้านค้าเริ่มเปิดขายเวลา 6.30 น. สำหรับข้าวสวยทางเจ้าหน้าได้เตรียมข้าวใส่ถ้วยไว้ให้โดย ราคาตามศรัทธาคือหยอดตู้บริจาค

เวลา 7.00น. จะมีพระสงฆ์เดินบิณฑบาต
หลังจากบิณฑบาตแล้วมีการแสดงพระธรรมเทศนาจากพระลูกศิษย์หลวงพ่อถาวร  จิตฺตถาวโร (พระเทพวิมลญาณ) กิจกรรมธรรมะช่วงเช้านี้จะเสร็จสิ้นไม่เกิน 8.00 น. เพื่อให้ผู้ที่ทำงานได้กลับไปทำงานต่อได้

*****วันพระ, วันอังคาร, วันอาทิตย์ ช่วงเช้าตอนพระขึ้นแสดงธรรมจะมีการสมานทานศีลและถวายสังฆทาน คือการนำสิ่งของที่ใส่บาตรไปทำถวายสังฆทานยังวัดอื่นๆ อีกด้วย

 

บรรยากาศภายในวัด สงบร่มเย็นเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมเป็นอย่างมาก ใครที่ต้องการหลีกเร้น หนีความวุ่นว่าย มาทำจิตใจให้สงบได้ที่วัดปทุมวนาราม วัดกลางกรุง ที่เมื่อได้เข้ามาสัมผัสแล้ว  จะรู้สึกได้ว่า “จิตใจสงบจริงๆ” ถ้าใครยังไม่เคยได้ไปสัมผัส ต้องลองไปเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต แล้วคุณจะนึกไม่ถึงเลยว่า “จะมีสถานที่แบบนี้ มีอยู่จริงๆ ในใจกลางมหานคร”  

ข้อมูลสถานที่ปฏิบัติธรรม วัดปทุมวนาราม

ที่อยู่ : ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

แนวการปฏิบัติธรรม : แนวหลวงปู่เสาร์ – หลวงปู่มั่น ภาวนา “พุธโธ”

– กิจกรรมที่มีทุกวัน : 
07.00- 08.00 น.   ตัวแทนคณะสงฆ์ – สามเณร ออกรับบิณฑบาตร ณ ลานด้านหน้า ศาลาพระราชศรัทธา

08.30 – 09.00 น. สวดมนต์วัตรเช้า นั่งสมาธิ ณ พระวิหารวัดปทุมวนาราม
17.00 – 21.00 น.  สวดมนต์ทำวัตรเย็น นั่งสมาธิ ณ ศาลาพระราชศรัทธา

– เพิ่มกิจกรรมทุกวันอาทิตย์ : 

13.00 น. ฟังธรรมเทศนา โดยพระเถราจารย์วัดปทุมวนาราม ณ ศาลาพระราชศรัทธา

– กิจกรรมการปฏิบัติธรรมตามวาระต่างๆ จะประชาสัมพันธ์ให้ทราบทางเพจวัดปทุมวนาราม

facebook : pathumwanaram

ตลอดช่วงเข้าพรรษาจะมีกิจกรรม “เนสัชชิกธรรมบูชา” เป็นการปฏิบัติธรรม เจริญจิตตภาวนา ด้วยอิริยาบถ 3 “ยืน เดิน นั่ง” ไม่นอนตลอดราตรี  ในทุกคืนวันเสาร์ ส่วนนอกพรรษา ให้โทรสอบถามทางวัดว่ามีจัดกิจกรรม เนสัชชิกธรรม อีกเมื่อไร

โทรศัพท์ : 02 251 4325, 086-897-1823

ภาพโดย : insidewatthai

แผนที่

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) – วัดน่าเที่ยว @กรุงเทพมหานคร

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) ตั้งอยู่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร  เป็นวัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นวัดที่มีความงดงามมาก มีพระเจดีย์สีทองอร่ามตั้งสูงเด่นสง่าอยู่ท่ามกลางใจกลางมหานคร

วัดสระเกศ (Wat Sraket Rajavaravihara)   เป็นวัดโบราญในสมัยอยุธยา เดิมเรียกว่า วัดสะแก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชการที่ 1 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และขุดคลองรอบพระอาราม แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า วัดสระเกศ ซึ่งวัดแห่งนี้มีความสำคัญเกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์ของชาติไทย และเกี่ยวข้องกับพระบรมราชจักรีวงศ์เรื่อยมาตั้งแต่สมัยรัชการที่ 1  ปัจจุบันวัดสระเกศเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรมหาวิหาร

~พระบรมบรรพต วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) ~

พระบรมบรรพต เจดีย์ภูเขาทองนี้ มีประวัติความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่ เป็นพุทธสถานที่สำคัญของวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เพราะสร้างโดยพระมหากษัตริย์แห่งพระราชวงศ์จักรีถึง 3 พระองค์ด้วยกัน คือ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามลำดับ ใช้เวลาในการก่อสร้างเป็นเวลาประมาณ 5 ทศวรรษ ปัจจุบันมีอายุร่วม 200 กว่าปี บนยอดมีเจดีย์สีทองเหลืองอร่ามประดิษฐานอยู่ ได้จำลองแบบมาจากพระเจดีย์ของวัดภูเขาทองในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

~พระบรมสารีริกธาตุ ภายในพระบรมบรรพต  วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง)~

พระบรมบรรพต เจดีย์ภูเขาทองนี้มีความสูงประมาณ 100 เมตร มีความกว้างโดยรอบเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 500 เมตร ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่บูชาไว้ในพระบรมมหาราชวังประดิษฐานในพระเจดีย์ภูเขาทองเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2440 ครั้งที่ 2 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญจากเมืองกบิลพัสดุ์ ประเทศอินเดีย ครั้งที่ 3 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน เสด็จพระราชดำเนินทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระเจดีย์ยอดพระมณฑปเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2497

~บรรยากาศบนพระบรมบรรพตวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง)~

ในส่วนของพระอาราม วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) มีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญ ๆ เช่น พระอุโบสถซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 ภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งเขียนในสมัย รัชกาลที่ 3 แต่ชำรุดจึงมีการลบเขียนใหม่ใน รัชกาลที่ 7 เป็นภาพทศชาติ ภาพมารผจญและภาพไตรภูมิ รอบพระอุโบสถมีซุ้มเสมาตั้งประจำทั้ง 8 ทิศ ซุ้มเสมาที่วัดสระเกศเป็นทรงกูบช้างหรือซุ้มหน้านางประดับกระเบื้องงดงามถือเป็นแบบอย่างทางศิลปะ

~พระวิหารพระอัฏฐารสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) ~

พระวิหารพระอัฏฐารส หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบ มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบันทั้งสองด้านประดับด้วยกระจกสี เป็นทีประดิษฐานพระพุทธรูปสำคับ 2 องค์ คือ พระอัฏฐารส และหลวงพ่อดุสิต นอกจากนี้ยังใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์บทมหาสมัยสูตร เพื่อทำน้ำพระพุทธมนต์ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สำหรับแจกจ่ายให้ประชาชน

~พระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง)~

พระอัฏฐารส มีพระนามเต็มว่า พระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ศิลปะสกุลช่างสมัยสุโขทัยตอนต้น อายุ 700 ปี เป็นประพุทธรูปยืนที่มีความสูงที่สุด ในกรุงเทพมหานคร มีความสูงถึง 5 วา 1 ศอก 10 นิ้ว (21 ศอก 1 นิ้ว) หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ทั้งองค์ โดยไม่มีการเชื่อมต่อ ประดิษฐานอยู่บนชุกชีในพระวิหาร

ธรรมดาเมืองหลวงแต่ก่อนย่อมมีพระอัฏฐารสเป็นประจำราชธานี เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุขปราศจากสงคราม ป้องกันความแตกแยกของคนในชาติ ให้คนในชาติเกิดความรักความสามัคคี และให้ประเทศชาติสถิตสถาพรมั่นคงยั่งยืนนาน ประหนึ่งพระพุทธปฏิมากรประทับยืนสถิตสถาพรเป็นนิรันดร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดให้อัญเชิญพระอัฏฐารส มาจากวัดวิหารทอง เมืองพิษณุโลก มาประดิษฐานไว้ ณ พระวิหารวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) แห่งนี้

~หลวงพ่อดุสิต ภายใน วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) ~

หลวงพ่อดุสิต   เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย พระพุทธศิลป์สกุลช่างรัตนโกสินทร์ มีประวัติว่า เดิมเป็นพระประธานประจำพระอุโบสถวัดดุสิตมาก่อน เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างพระราชวังดุสิต และสวนดุสิตจำต้องขยายบริเวณเกินเนื้อที่วัดเบญจมบพิตรและวัดดุสิต จึงโปรดให้อัญเชิญพระประธานในพระอุโบสถวัดดุสิตไปประดิษฐานอยู่ในห้องด้านหลังพระวิหารพระอัฏฐารสซึ่งว่างอยู่ ภายหลังเรียกกันว่า “หลวงพ่อดุสิต” ประดิษฐานอยู่ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) แห่งนี้จนทุกวันนี้

กิจกรรมงานบุญประจำปีของวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง)

พิธีเจริญพระพุทธมนต์ “มหาสมัยสูตร” วันที่ 15 เมษายน ของทุกปี เวลา 17.00 น.
พิธีตักบาตเทโวโรหณะ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 เวลา 6.00 น.
พิธีอัญเชิญผ้าแดงห่มองค์พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) วันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 12 เวลา 6.00 น.
งานประเพณีนมัสการพระบรมสารีริกฐาตุประจำปี ระหว่างวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 12 ถึง แรม 2 ค่ำ เดือน 12 (ช่วงงานเทศกาลลอยกระทง 7 วัน 7 คืน) เวลา 6.00 – 24.00 น. ถือเป็นงานวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในกรุงเทพฯ และทางวัดจะเปิดให้ประชาชนขึ้นไปกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุในตอนกลางคืนเป็น ช่วงเวลาพิเศษ

~สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)~

ข้อมูล วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือ วัดภูเขาทอง

เปิด 7.30 – 19.00 น.

คนไทยเข้าฟรี ต่างชาติ 50 บาท/คน

เบอร์โทร : 02 621 2280

facebook : watsraket

ภาพโดย : insidewatthai

แผนที่

วัดพระเชตุพน วิมลมังคลารามฯ หรือ วัดโพธิ์

~พระพุทธไสยาสน์~

วัดโพธิ์ หรือทางราชการว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (Wat Phra Chetuphon Wimonmangalaram or Wat Pho) เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหารและเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี

พระอุโบสถ สร้างสมัยรัชกาลที่ 1 ตามแบบศิลปะอยุธยาตอนปลายและขยายใหญ่ขึ้นเท่าที่เห็นในสมัยรัชกาลที่ 3 ซุ้มจรณัมประจำประตูหน้าต่างฉลัก (สลัก) ด้วย ไม้แก่นยอดเป็นทรงมงกุฎลงรักปิดทองประดับกระจกบานประตูพระอุโบสถด้านนอกลาย ประดับมุกเป็นลายภาพเรื่องรามเกียรติ์ ด้านในเขียนลายรดน้ำรูปพัดยศพระราชาคณะพระครูสัญญาบัตรฐานานุกรมเปรียญทั้ง ฝ่ายคามวาสีและอรัญวาสีในกรุงและหัวเมือง

~พระพุทธเทวปฏิมากรที่ฐานชุกชี~

พระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ นามว่า พระพุทธเทวปฏิมากรที่ฐานชุกชี ก่อไว้ 3 ชั้น ชั้นที่ 1 บรรจุพระบรมอัฐิและพระราชสรีรังคารรัชกาลที่ 1 ไว้ ชั้นที่ 2 ประดิษฐานรูปพระอัครสาวกทั้งสององค์ฐานชุกชี ชั้นล่างสุดประดิษฐานพระมหาสาวก 8 องค์ (พระอรหันต์ 8 ทิศ) จิตรกรรมประดับผนังพระอุโบสถเหนือต่างขึ้นไปเขียนเรื่องมโหสถบัณฑิต (มหาบัณฑิตแห่งมิถิลานคร) คอสองในประธานทั้งสองข้างเขียนเรื่องเมืองสวรรค์ชั้นจาตุมหาราช ผนังประตูหน้าต่างเขียนเรื่องพระสาวกเอตทัคคะ 41 องค์บานหน้าต่างด้านในเขียนลายรดน้ำเป็นรูปตราประจำตำแหน่งเจ้าคณะสงฆ์ใน กรุงและหัวเมือง สมัยรัชกาลที่ 3 ด้านนอกแกะสลักเป็นลายแก้วชิงดวง

พระวิหารทิศตะวันออก ประดิษฐานพระ พุทธรูปปางมารวิชัย นามว่า “พระเจ้าตรัสในควงไม้พระมหาโพธิ์” (พระพุทธเจ้าตรัสรู้ประทับใต้ต้นโพธิ์) ต่อมารัชกาลที่ 4 ถวายพระนามใหม่ว่า “พระพุทธมารวิชัยอภัยปรปักษ์อัครพฤกษ์โพธิภิรมย์อภิสมพุทธบพิตร” มุขหลังประดิษฐานพระพุทธรูปยืนสูง 10 เมตร หล่อด้วยสำริดอัญเชิญมาจากวัดพระศรีสรรเพชญ์กรุงเก่ามานามว่า “พระพุทธโลกนาถศาสดาจารย์” และมีแผ่นศิลาจารึกการสถาปนาวัดโพธิ์ที่ผนังด้านตะวันตกซุ้มประตูหิน (แบบจีน) หน้าพระพุทธโลกนาถบางท่านเรียกว่า “โขลนทวาร” (ประตูป่าหรือประตูสวรรค์) เข้าใจว่านำมาจากประเทศจีน

พระวิหารทิศใต้ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา อัญเชิญมาจากกรุงเก่านามว่า “พระพุทธชินราช วโรวาทธรรมจักร อัครปฐมเทศนา นราศภบพิตร”

พระวิหารทิศตะวันตก ประดิษฐานพระพุทธรูปปางนาคปรก อัญเชิญมาจากลพบุรีนามว่า “พระพุทธชินศรีมุนีนาถ อุรคอาสนบัลลังก์ อุทธังทิศภาคนาคปรกดิลกภพบพิตร”

พระวิหารทิศเหนือ ประดิษฐานพระปางป่าเลไลยก์ นามว่า “ พระพุทธปาลิไลย ภิรัติไตรวิเวก เอกจาริกสมาจาร วิมุติญาณบพิตร “ เป็นพระพุทธรูปที่หล่อขึ้นใหม่ในรัชกาลที่ 1 เพียงองค์เดียวเท่านั้น

~พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล~

พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล พระมหาเจดีย์ทั้งสี่องค์อยู่ในบริเวณกำแพงสีขาว ซุ้มประตูทางเข้าเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์แบบจีน ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ เครื่องถ้วยหลากสี มีตุ๊กตาหินจีนประตูละคู่ พระมหาเจดีย์แต่ละองค์เป็นเจดีย์ย่อไม้สิบสองเพิ่มมุมสูง 42 เมตร ประดับกระเบื้องเคลือบและกระเบื้องเครื่องถ้วยลวดลายต่างๆ สังเกตได้ง่าย

~พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ  พระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 1~

พระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 1  หลังจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนแล้วเสร็จ จึงโปรดเกล้าให้สร้างพระเจดีย์ใหญ่ขึ้น เพื่อครอบพระศรีสรรเพชญ์ที่กรุงศรีอยุธยา พระเจดีย์องค์นี้ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียว สูง 42 เมตร ถวายพระนามเจดีย์องค์นี้ว่า “พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ”

~พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิทาน  พระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 2~

พระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 2  เมื่อคราวปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนทั้งพระอาราม ใน พ.ศ. 2375 นั้น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าให้สร้างพระเจดีย์ขึ้นเพื่อพระราชอุทิศถวายสมเด็จพระบรมราชชนก (รัชกาลที่ 2) องค์พระเจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบขาว  ได้พระราชทานนามภายหลังว่า “พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิทาน”

~พระมหาเจดีย์มุนีบัตบริขาร พระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 3~

พระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 3  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นส่วนพระองค์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา องค์พระเจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีเหลือง ได้พระราชทานนามภายหลังว่า “พระมหาเจดีย์มุนีบัตบริขาร”

~พระมหาเจดีย์ทรงพระศรีสุริโยทัย พระมหาเจดีย์รัชกาลที่ 4~

พระมหาเจดีย์รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระเจดีย์ ตามแบบพระเจดีย์ศรีสุริโยทัย วัดสวนหลวงสบสวรรค์ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา พระเจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวหรือสีน้ำเงินเข้ม พระเจดีย์องค์นี้สร้างเสร็จในสมัยรัชการที่ 5 แต่มิได้พระราชทานนามไว้จึงเรียกต่อๆ กันว่า “พระมหาเจดีย์ทรงพระศรีสุริโยทัย”

map

ข้อมูล

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร
ตั้งอยู่ริมถนนสนามไชยและถนนมหาราช ติดกับพระบรมมหาราชวัง
แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00 – 17.00 น.
คนไทย เข้าฟรี
ชาวต่างชาติจะต้องซื้อบัตรเข้าชมคนละ 20 บาท (ตั้งแต่ 1 มกราคม พ.ศ.2562 เพิ่มราคาเป็น 200 บาท)
สำหรับนักท่องเที่ยวต้องแต่งกายสุภาพ สุภาพสตรี ห้ามสวมกางเกงขาสั้นเหนือเข่าเข้าไปเที่ยวชม

สอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. 02-222-7831, 02-225-9595, 08-221-9449

http://www.watpho.com

facebook : watphonews

ภาพโดย : insidewatthai

แผนที่